15385468_1799992116940471_7551910266253070386_o_edited.jpg

2. การกลับใจใหม่

การกลับใจ 

การกลับใจใหม่เป็นเรื่องส่วนตัว และการกลับใจบังเกิดใหม่ที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อพระเจ้าทรงเปิดตาคนนั้น ให้เข้าใจข่าวประเสริฐที่เข้ากับสภาพของเขา                (2โครินธ์ 4:6 , กิจการ 16:14)


เมื่อเราเริ่มต้นการสนทนากับคนป่วย เราจะไม่ถามว่าเชื่อพระเยซูไหม? แต่เราจะถามว่า “เชื่อเรื่องเวรกรรมไหม?”  เช่นเดียวกันการสนทนากับคนที่กำลังกู้หนี้ยืมสินชักหน้าไม่ถึงหลังมีปัญหาเรื่องการทำมาหากิน เราจะไม่ถามว่า “เชื่อเรื่องเวรกรรมไหม?” แต่เราจะถามว่า “อยากขายดีไหม” “อยากให้ข้าวคราวนี้ได้ราคาดี เกี่ยวได้เยอะกว่าปกติไหม?”  คนที่สามีมีเล็กมีน้อย เราก็จะถามว่า “อยากให้สามีกลับรักเราเหมือนเดิมไหม?” 

การกลับใจบังเกิดใหม่ เป็นกระบวนการ จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง พระเยซูถามหญิงสะมาเรียว่า “ขอน้ำเราดื่มบ้าง” จากนั้นการสนทนาก็จะลึกซึ้งมากขึ้นจนกระทั่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับฝ่ายจิตวิญญาณและหญิงสะมาเรียนั้นก็มีคำถามเรื่องฝ่ายวิญญาณกับพระเยซู  

การกลับใจใหม่เป็นเรื่องส่วนตัว และพวกเขาจะเข้าใจว่า ราก หรือ ต้นเหตุ ของปัญหาที่แท้จริงคือชีวิตที่ไม่มีพระพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด คือชีวิตที่ไม่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในฐานะพ่อลูก  เพราะถ้าเรามีพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ทุกปัญหาเขาจะทนได้ ผ่านได้ และแก้ไขได้  ด้วยการทรงช่วยเหลือจากพระองค์เสมอ

ดังนั้น การกลับใจ จะเกิดขึ้นเมื่อการสนทนานั้นเกี่ยวข้องกับความต้องการพื้นฐานในชีวิตจริงของพวกเขา ณ เวลานั้น และเขาตระหนักว่า “พระเยซู” เป็นพระเจ้าที่มาไถ่เขาออกจากความบาปและพระองค์ได้พิสูจน์แล้วว่างานของพระองค์สำเร็จแล้วโดยการฟื้นขึ้นมาจากความตาย พระเยซูมีชีวิตอยู่  และจะอยู่เคียงข้างทุกปัญหากับคุณ จูงมือคุณไป แม้คุณจะเดินในหุบเขาเงามัจจุราช คุณจะไม่กลัว เพราะคุณจะมีกำลังอัศจรรย์ของพระเจ้าอยู่ด้วย”


ใครที่ตอบสนองต่อข่าวประเสริฐ หรือคำพยานด้วยความศรัทธา เขาต้องแสดงการกลับใจ (มาระโก 1: 15, กิจการ20:20-21) และเมื่อกลับใจแล้วจะมีผลของการกลับใจ  คือเขาจะมีชีวิตใหม่ (โรม 6: 4) ทำให้เกิดอัตลักษณ์ใหม่ (2 โครินธ์ 5: 17) ชีวิตที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งอุปนิสัย ความคิด และอื่นๆ เป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่เป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์แล้ว (โรม 6: 3-5)