ยุทธวิธีที่ใช้สำหรับการประกาศกับคนไทยพุทธ

DSC00371.jpg

1. ประยุกต์ใช้พระคัมภีร์

15625724_1804512169821799_37160247373519

2. การกลับใจใหม่

DSCF6309.JPG

3.การบัพติศมาในน้ำ

IMG_4521.JPG

ไหว้พระ สวดมนต์ เป็นประเพณี

รายละเอียด
 
ramadhan-4219913_1920.jpg

สเปคตรัม C1-C2

สเปคตรัส C เป็นการเปรียบเทียบความเหมือนและต่างของกุ่มผู้เชื่อมุสลิม โดยจอห์น เจ ทราวิส (นามแฝง) เป็นคนที่ทำงานกับมุสลิม 22 ปี และเขามีส่วนในการก่อตั้งคริสตจักรแบบปรับให้เข้ากับคนมุสลิมได้เป็นอย่างดี โดยเขาเขียนหนังสือและบทความต่างๆร่วมกับภรรยาของเขารวมทั้งได้สอนและฝึกอบรมเรื่องการปรับให้เข้ากับบริบท หรือเราใช้บ่อยๆ คือ Contextualization 

C1 คริสตจักรดั้งเดิมที่ใช้ภาษาแตกต่างจากภาษาประจำวันของชุมชนมุสลิมโดยรอบ 

อาจเป็นนิกาย ออร์โธด็อกซ์ คาทอลิกหรือโปรเตสแตนต์บางกลุ่มอยู่ในพื้นที่ก่อนมีศาสนาอิสลาม มีชุมชนแบบ C1 นับพันๆแห่งในดินแดนมุสลิมวันนี้ หลายชุมชนสะท้อนถึงวัฒนธรรมตะวันตก โดยทั่วไปมักจะมีช่องว่างวัฒนธรรมขนาดใหญ่ระหว่างคริสตจักรและชุมชนมุสลิมโดยรอบ อาจมีผู้เชื่อบางคนที่มีเบื้องหลังเป็นมิสลิมในคริสตจักรแบบ C1 นี้และผู้เชื่อกลุ่มนี้ก็เรียกตัวเองว่า "คริสเตียน"

C2 คริสตจักรดั้งเดิมที่ใช้ภาษาประจำวันของชุมชนมุสลิมโดยรอบ กลุ่มนี้เป็นเหมือนกับ C1 เกือบทุกประการยกเว้นการใช้ภาษา แม้มีการใช้ภาษาพูดในชีวิตประจำวัน แต่คำศัพท์ทางศาสนาไม่ใช่ศัพท์อิสลาม (เป็นศัพท์เฉพาะของ "คริสเตียน") ช่องว่างทางวัฒนธรรมระหว่างชาวมุสลิมและ C2 ยังกว้างอยู่ เราสามารถพบผู้เชื่อที่มีเบื้องหลังเป็นมุสลิมใน C2 มากกว่าใน C1 ส่วนใหญ่ของคริสตจักรที่อยู่ท่ามกลางโลกของชาวมุสลิมทุกวันนี้เป็นแบบ C1หรือC2และผู้เชื่อในC2เรียกตัวเองว่า "คริสเตียน"เหมือนกัน

 

สเปคตรัม C3-C4

C3 ชุมชนที่ปรับให้เข้ากับบริบท ใช้ภาษาประจำวันของชุมชนมุสลิมโดยรอบและรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่นบางอย่างที่ไม่ใช่ของมุสลิม รูปแบบที่เป็นกลางทางศาสนาอาจรวมถึงดนตรีพื้นเมือง เครื่องแต่งกายชนเผ่า งานศิลปะ ฯลฯ องค์ประกอบของอิสลาม (ที่ปรากฎ) จะถูก "กรองออก" เพื่อใช้รูปแบบของ "วัฒนธรรม" ล้วนๆ จุดมุ่งหมายคือการลดความเป็นของต่างชาติในข่าวประเสริฐและคริสตจักร โดยปรับรูปแบบต่างๆให้เข้ากับบริบทรูปแบบทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นในส่วนที่ไม่แย้งกับพระคัมภีร์ พวกเขาอาจรวมตัวกันในอาคารคริสตจักรหรือสถานที่ที่เป็นกลาง ชุมชนคริสเตียน C3 ประกอบด้วยผู้เชื่อที่ส่วนใหญ่มีเบื้องหลังเป็นชาวมุสลิมมาก่อน พวกเขาเรียกตัวเองว่า "คริสเตียน"

C4 ชุมชนที่ปรับให้เข้ากับบริบทใช้ภาษาประจำวันของชุมชนมุสลิมโดยรอบและรูปแบบสังคม วัฒนธรรมของมุสลิมที่ไม่แย้งกับพระคัมภีร์  ชุมชนกลุ่มนี้มีความคล้ายคลึงกับ C3 อย่างไรก็ตามพวกเขายอมรับรูปแบบและแนวปฏิบัติแบบศาสนาอิสลามที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ (เช่น อธิษฐานด้วยยกมืด การถืออด หลีกเลี่ยงรับประทานเนื้อหมู เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่นำสุนัขมาเป็นสัตว์เลี้ยง ใช้ศัพท์ศาสนาอิสลาม การแต่งตัวฯลฯ) พวกเขาหลีกเลี่ยงรูปแบบต่างชาติ ไม่ประชุมกันในอาคารคริสตจักรชุมชน C4 ประกอบด้วยผู้เชื่อเกือบทั้งหมดที่มีเบื้องหลังเป็นมุสลิม ในสายตาของชุมชนชาวมุสลิมผู้เชื่อ C4 คือคริสเตียนผู้เชื่อ C4 เรียกตัวเองว่าเป็น "ผู้ติดตามนาบี อีซา มาซีห์" (หรือบางอย่างทำนองนี้)

 

สเปคตรัม C5-C6

C5 ชุมชนชาวมุสลิมที่ติดตามพระเยซู แต่ยังคงวัฒนธรรมและทางมุสลิม ผู้เชื่อ C5 ทั้งทางกฎหมายและสังคมยังอยู่ภายในชุมชนอิสลาม พวกเขามีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันกับกระแสของยิวแห่งพระเมสสิยาห์ สเปคตรัมต่างๆของศาสนาอิสลามที่ไม่สอดคล้องกับพระคัมภีร์จะถูกปฏิเสธ หรือนำมาตีความหมายใหม่ถ้าเป็นไปได้ การมีส่วนร่วมในการนมัสการแบบอิสลามมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละแห่งหรือแต่ละคน ผู้เชื่อ C5 ร่วมชุมนุมกันเป็นประจำกับผู้เชื่อ C5อื่นๆ และแบ่งปันความเชื่อของพวกเขากับชาวมุสลิมที่ยังไม่พบความรอด ในสายตาของชาวมุสลิม ผู้เชื่อ C5 เป็นมุสลิมที่มีศาสนศาสตร์เพี้ยน และในที่สุดอาจถูกขับไล่ออกจากชุมชนชาวอิสลามได้ ชุมชนมิสลิมดูผู้เชื่อ C5 ว่าเป็นมุสลิม และพวกเขาเองก็คิดว่าตัวเองเป็นมุสลิมที่ติดตามนบี อีซา มะซีห์
C6 ชาวมุสลิมผู้ติดตามพระเยซูใต้ดิน อย่างลับๆ อาจมีชุมชนเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เช่นเดียวกับคริสเตียนที่ได้รับความทุกข์ทรมานภายใต้ระบบเผด็จการ เนื่องจากความกลัว ความโดดเดี่ยวหรือภัยคุกคามของรัฐ/ชุมชน (รวมถึงการถูกประหารชีวิต) ผู้เชื่อ C6 นมัสการพระคริสต์อย่างลับๆ (อาจนมัสการตามลำพังหรืออาจนมัสการในกลุ่มขนาดเล็กที่จัดขึ้นนานๆครั้ง) หลายคนมาถึงพระคริสต์ผ่านความฝัน นิมิต การอัศจรรย์ วิทยุกระจายเสียง ใบปลิว หรือได้รับคำพยานจากคริสเตียนขณะที่อยู่ต่างประเทศหรืออ่านพระคัมภีร์ด้วยตัวเอง ผู้เชื่อ C6 ตรงข้ามกับ C5 มักจะเงียบเกี่ยวกับความเชื่อของพวกเขา  คริสเตียน C6 ไม่ใช่สภาพที่เหมาะสมเพราะพระเจ้าต้องการให้ประชากรของพระองค์เป็นพยาน และมีสามัคคีธรรมอย่างปกติ (ฮีบรู10:25) กระนั้นผ้เชื่อC6ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราในพระคริสต์แม้ว่าพระเจ้าอาจเรียกบางคนให้รับความทุกข์ทรมาน ถูกจองจำ หรืออาจ้องพลีชีพเพราะความเชื่อ พระองค์อาจพอพระทัยที่มีบางคนนมัสการพระองค์อย่างลับๆ อย่างน้อยก็สักระยะเวลาหนึ่ง ผู้เชื่อC6 ถูกมองว่าเป็นมุสลิมในสายตาของชุมชนมุสลิม และตัวเองก็ถือว่าตนเองเป็นมุสลิม