ปัญหา & วิธีแก้แบบพระเจ้า

อุปสรรคในการทำงานระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์จะหมดไปเมื่อคนทำตามวิธีของพระเจ้าเสมอ เหมือนกำแพงเยรีโค มันดูแล้วก็เกินกำลังมนุษย์ แต่ขณะที่พวกเขามองดูกำแพงเยรีโค พวกเขาคิดถึงในอดีตที่พระเจ้าได้พาบรรพบุรุษเขาข้ามทะเลแดงมาและน้ำก็ตั้งสูงเหมือนกำแพงเหล่านี้เลยพวกเขาอาจจะมีความสงสัยแต่สงสัยว่าพระเจ้าจะทำวิธีไหนนะ แบบไหนนะ พวกเขาไม่ได้คิดถึงความหนาความแข็งแรงของกำแพงนั้น พวกเขาแค่สงสัยว่าพระเจ้าจะทำอะไรกับกำแพงกะจิดริดนี้

nok4.JPG

ฝึกอบรมคนในคริสตจักร

เพราะพันธกิจเดียว แต่เราทำหลายที่และมีคริสตจักรที่มีสมาชิกร้อนรนด้วย เราจึงให้พี่น้องที่มีใจกระตือรือร้นเป็นพยาน พูดเก่ง ชอบประกาศ ไม่อาย ซึ่งเยอะมาก มาประชุมกันเป็นประจำ เราจะช่วยให้แนวทางและฝึกเขาให้มั่นใจในสิทธิอำนาจของพระเจ้ามากกว่าพึ่งพาบุคลิกความสามารถของตัวเอง

เพราะมีบางคนพูดเก่ง จำข้อพระคัมภีร์เก่ง และมีคนที่พูดน้อย ไม่ค่อยชัดเจน จำพระคัมภีร์ไม่ได้เลย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมีประสบการณ์กับพระเจ้าร้อนรนอยากเห็นคนอื่นรอดเหมือนกัน เราจึงให้เขารู้ว่าพระเจ้าใช้ทุกคน ใช้คนที่แตกต่างกัน ตามสายสัมพันธ์ของเรา เราไม่ได้ทำหน้าที่แทนใคร เราทำแบบของเรา สไตล์ของเรา ไม่ต้องพูดเก่งเหมือนคุณนกทุกคน การเป็นพยานเป็นเรื่องทักษะ ต้องรู้วิธีเข้า ไม่ใช่อยู่ๆอยากพูดก็พูด บางทีเป็นเพื่อน เป็นญาติ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฟังทุกอย่างที่เราพูด ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ถูกพูดอย่างถูกที่ ถูกเวลา


ดังนั้นมีรายละเอียดบางอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ก่อนจะออกไปทำจริง เราฝึกอบรมพี่น้องเหล่านี้ทุกสัปดาห์  โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม เพราะทุกคนเวลาไม่ตรงกัน เราจึงมีช่วงเวลาให้พวกเขาเลือกเพื่อเขาจะไม่พลาดรายละเอียดทุกอย่าง

nok 111.JPG

เหล็กลับเหล็ก

ขณะเดียวกันเราจำเป็นต้องแบ่งปันความล้มเหลวและความสำเร็จ จากเพื่อนๆในสายงานที่ทำงานลักษณะเดียวกัน บางคนอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเรา แต่ทุกคนสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้ 

สิ่งสำคัญของการเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากคนอื่น ไม่ได้เป็นจุดชี้ว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องหรือไม่ เพราะสำหรับพระเจ้าแล้วพระองค์ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมีใครกะเกณฑ์ได้ว่าพระองค์ถูกหรือผิด เหมือนพระเยซูรักษาโรควันสะบาโต ผู้คนบอกว่าผิดกฎของศาสนาแต่พระเยซูสร้างกฎแห่งความรักไว้เหนือทุกสิ่ง เพราะความรักชนะทุกกฎ ดังนั้นหากสิ่งใดที่เราทำและเราเห็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แม้สิ่งเหล่านั้นจะอยู่นอกกรอบ อย่าลืมว่าพระเจ้าไม่มีกรอบ คนที่ตีกรอบไว้ เพื่อให้เราอยู่ในการควบคุมได้ง่าย แต่พระเจ้าไม่ต้องการควบคุมใคร แต่พระองค์ต้องการครอบครอง ดังนั้น การประชุมกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานในลักษณะเดียวกันนี้ เกิดขึ้นบ่อยๆ กับหลายๆกลุ่ม เพื่อเราจะรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเรา

nok 112.JPG

การอบรมนอกคริสตจักร

อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ในตอนนั้น) ที่เราจัดอบรมแก่สมาชิกภายนอกคริสตจักร ด้วยเหตุผลคือให้ทุกคนได้รับพระพร ได้พักผ่อน และมีใจจดจ่อเฉพาะเนื้อหาที่ลึกกว่าที่เรียนไปในคริสตจักรโดยเน้นการปฏิบัติควบคู่ทุกๆการสอน เพราะสิ่งใดที่สอนแล้วนำไปใช้ไม่ได้สำหรับเราถือว่าสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์แก่การทำพันธกิจ ที่เจาะจงของเรา 

การอบรมนอกคริสตจักรทำให้เกิดประสิทธิภาพตรงที่ทุกคนจะอยู่ด้วยกันมากกว่า นานกว่า ทำให้มีความสนิทสนมกันมาก มีการจับคู่กันไปทำพันธกิจได้อย่างลงตัวมากขึ้น สลับคู่กันได้อย่างลงตัว ทุกคนจะรู้ว่าใครเหมาะกับเรา ใครเหมาะกับงานนี้

หลังการอบรม 50% ที่ปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแล้ว จะว่าเราลงทุนก็ไม่เชิงเพราะเราไม่ได้จ่ายอะไร พระเจ้าเป็นผู้จัดเตรียมที่ดีเลิศ เราจึงมีคนงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราทำสิ่งเหล่านี้เรื่อยๆ แม้จะปริมาณน้อยแต่พอรวมกันแต่ละรุ่นก็กลายเป็นเยอะเหมือนกัน คนเหล่านี้จะเป็นคนออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องสมาชิกคริสตจักรแทนเรา เพราะเรามอบหมายงานด้านเยี่ยมเยียนประกาศนี้ให้กับคนเหล่านี้ ส่วนเราก็ออกไปทำนอกพื้นที่จังหวัดปทุมธานีหรือใกล้เคียง

ยายแจ๋ว.jpg

เยี่ยมเยียนบุคคลพิเศษ

เมื่อเราสร้างสาวกไปนานๆจะพบบุคคลพิเศษเรื่อยๆก็คือบุคคลที่มีเรื่องตื่นเต้นที่เราต้องตามไปอัดวีโอเก็บไว้ เป็นเรื่องที่พระคัมภีร์บอกว่าแม้จะบันทึกทั้งหมดที่พระเยซูทำก็ไม่มีจะจะบันทึก คือถ้าเขามีกล้องและมีเมมโมรี่การ์ดสัก64กิ๊กหลายๆอันสมัยนั้นเขาอาจจะไม่พูดคำนี้ก็ได้ 
บุคคลพิเศษอยู่ไกลๆกันทั้งนั้น แต่เราจะจัดเวลาที่เราสามารถเดินทางไปและค้างคืนได้อย่างน้อยสามวันเป็นอย่างต่ำ และเราเห็นว่าคนที่มีพระเยซูอยู่ในชีวิต สิ่งที่พระวิญญาณทำงานกับเขามันชัดเจนกว่าที่คิด อย่างยายแจ๋วคนนี้ก็ถามว่า "ฉันเอาข้าวที่จะตักบาตรไปให้คนจนแถวนี้แทนจะผิดไหม" จากคำถามไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยไม่รู้จะตอบยังไงก็ถามยายกลับว่า "มันยังไงยาย เล่าแบบละเอียดๆนิดนึงซิจ๊ะ" ยายก็บอกว่ากำลังรอพระมาตอนเช้าจะตักบาตร ระหว่างนั้นก็มีเสียงมาเหมือนคนพูดเลยบอกว่าเอาข้าวนี่ไปให้คนจนที่อยู่เลยไปหน่อยนี่ดีกว่า" ฉันก็ไปหาเขาเลย เอาข้าวไปให้เขาดีใจใหญ่ แล้วฉันก็ไม่รู้นึกยังไงนะ ทำขนมจีนน้ำยาหมอใหญ่เลย แล้วให้ลูกๆช่วยกันตัดใส่ถุงไปแจกคนในหมู่บ้านเนี่ยทุกหลังเลย แบบนี้ "ผิดไหม" 
อืมมมม....คือ ป้าคะ ไม่ผิดหรอกค่ะ เฮ้อ...คนเราอยู่ในศาสนามานาน ทำอะไรกลัวผิดไปหมด ขนาดทำดีขนาดนี้ยังจะผิดอีกเหรอคิดในใจนะอันนี้ ก็สรุปว่าพระวิญญาณก็มีวิธีแนะนำหรือสอนคนที่ไม่ได้เข้ากลุ่ม ไม่มีกลุ่ม คืออยู่กลางดงพงป่าให้ไปอีกสิบครั้งก็จำทางไม่ได้ ยกเว้นคุณสามีคนเดียวเท่านั้น ...

ลำปางอัศจรรย์.jpg

ลำปาง

ในเวลานั้นเราทำงานร่วมกับคริสตจักรท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดกลุ่มประชุมผู้เชื่อใน 3 หมู่บ้าน วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์จากศิษยาภิบาลว่ามีเรื่องตื่นเต้นจะเล่าให้ฟัง คือเรื่องของ
ป้าเหลี่ยมซึ่งมีหลาน2คน น้องสตังค์ 5ขวบ และน้องออมสิน 12 ขวบ เป็นเณร ครั้งก่อนนกไปเยี่ยมยายเหลี่ยมและน้องสตังค์ที่บ้าน ยายเชื่อพระเยซูแล้ว แต่วันที่เราไปยายอยากให้อธิษฐานให้หลานชายน้องสตังค์รับพระเยซูเพราะเป็นโรคท่อปัสสาวะต่อผ่าตัดมาแล้วแต่ยังยืนปัสสาวะเหมือนเด็กชายปกติไม่ได้ ก็คิดว่าเป็นโรคเวรโรคกรรม
เด็กไม่ได้สนใจฟังอะไรเพราะดูดีทีขณะที่เราคุยกัน พอเราเข้าใจยายแล้วก็ได้ให้น้องสตางค์อธิษฐานตามเราและได้ใช้นำพรมให้น้องในนามพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ในวันนั้นเป็นวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน จากนั้นวันศุกร์น้องก็ยืนปัสสาวะเป็นปกติได้ ยายเหลี่ยมตื่นเต้นมากอยากให้หลานชายที่เป็นเณรอยู่รับบัพติศมาด้วยเหมือนกัน เพราะเณรออมสินเป็นทาลัสซีเมีย เหนื่อยง่ายเดินตักบาตรไม่ค่อยไหว คุณพ่อของภรรยาศิษยาภิบาลซึ่งเป็นผู้เชื่อที่เราฝึกฝนเขาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาสามารถออกไปทำเรื่องนี้ได้ เพียงแต่ว่ากรณีนี้เป็นเรื่องยากสำหรับเขานิดหน่อยด้วยกฎที่ว่าเขาถือศีล๕ แต่เณรถือศีล๑๐ ตามกฎทางศาสนาพุทธนั้นคนถือศีลน้อยกว่าจะทำพิธีกรรมใดๆให้กับผู้ถือศีลมากกว่าไม่ได้ เราจึงได้อธิบายว่า ในพระเยซูคริสต์นั้นเขามีอำนาจอยู่เหนือกฎเหล่านั้นด้วย จากนั้นคุณพ่อก็ออกไปทำบัพติศมาในน้ำให้เณร จากนั้นนกได้ไปเยี่ยมโดยการถวายเพลที่วัด และได้มีโอกาศพูดคุยกับเณร ขณะที่เณรพาเดินดูรอบๆวัด นกสอนเรื่องการอธิษฐานและเณรเล่าว่าเณรอธิษฐานก่อนนอนทุกวัน ตอนนี้มีแรงเดินไปตักบาตร ไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนเลย เณรได้ขอพระคัมภีร์ไว้อ่านส่วนตัวด้วย เราได้มอบหมายเรื่องนี้ให้ผู้นำท้องถิ่นทำต่อไป

15621870_1803825883223761_33086748660945

ขอนแก่น

ลุงที่หายมะเร็งกับป้าหมอนวดที่สุพรรณมีญาติอยู่ขอนแก่น ภาระกิจนี้จึงเริ่มต้นด้วยการพาพี่สำรวยซึ่งเป็นสมาชิกที่คริสตจักรปทุมธานีเป็นคนร้อยเอ็ดมาด้วย พร้อมกับลุงจากสุพรรณและผู้ติดตามหนุ่มสุพรรณอีกหนึ่งคน เรามาที่ขอนแก่นตรงนี้ ทุกๆเดือน ในหมู่บ้านนี้มีแค่ 24 หลังคาเรือนเท่านั้น และตอนนี้ คนในหมู่บ้านนี้ก็ได้ยินได้ฟังข่าวประเสริฐกันหมดแล้ว เรามีผู้เชื่อตอนนั้นอยู่ที่ 15 คน ถ้าสังเกตในรูปนกจะนั่งบนห้างนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างมากจริงๆแล้วเราพบว่าการนั่งในระดับเดียวกันจะดีกว่าเสมอ ใกล้ชิด เป็นกันเอง และไม่มีชั้นวรรณะ พอดีมันั่งสบายเราขายาวเวลานั่งกับพื้นมันไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แต่เมื่อกลับมาดูรูปแล้วก็คิดว่า จะไม่ทำแบบนี้อีก
พี่น้องทั้งหมู่บ้านเกือบทั้งหมดทำผาไหมตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตายายมาแล้ว มีนาบ้าง และปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาสุขภาพ และการเงินมีหนี้สินเยอะ แต่หลังจากเราไปบ่อยขึ้น คำพยานก็เยอะขึ้น โรคที่ป่วยกันมานานรักษาไม่หายก็ดีขึ้น บอกแล้วคนไทยมีความเชื่อแค่สอนให้อธิษฐานแค่นั้นเอง ทิ้งไว้เดือนหนึ่งแล้วเจอกันอีก ตอนกลับมาเจอกันต้องรอหนึ่งชั่วโมงอย่างน้อยกว่าจะพูดกันจบครบถ้วนทุกคน เพราะเรื่องแต่ละคนมันก็มีรายละเอียดที่สนุกสนานเฮฮาประกอบไปด้วย บางคนขับตุ๊กตุ๊กในตลาดก็ขอลูกค้าให้ได้ยอดเท่านั้นเท่านี้ก็ได้ตามนั้นทุกวัน คนขายรองเท้าตลาดนัดก็ไม่เคยขายดิบขายดีอย่างนี้มาก่อน พระเจ้านี่ดีจริงๆแบบนี้ต้องบอกต่อ เขาบอกมาอีกที เราไปก็หายเหนื่อย ชื่นใจทุกครั้งที่ได้ยินแบบนี้  
สิ่งที่ทำให้เรามีแรงมีกำลังทำงานไม่หยุดหย่อนก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเล่าให้ฟังนั่นแหละ มันเป็นเรื่องที่เราตัวเองว่าเราไม่เชื่อขนาดนั้น เราไม่ได้ขนาดนั้น เราสอนเฉยๆ ถ้าเป็นเราเราคงไม่จริงจังขนาดนั้น บางทีความจริงจังของพวกเขาทำให้การประยุกต์ใช้เป็นเรื่องขำสำหรับเรา แต่มันได้ผลจริง นี่คือคนไทย...